about love

posted on 20 Nov 2011 03:14 by skpoleumtal
เราไม่ชอบคนที่มีคนรักอยู่แล้ว แต่แอบไปมีกิ๊กหรือคุยกับคนอื่นจริงจัง
ไม่รู้ดิ สำหรับเรา คิดว่าในเมื่อมีแฟนอยู่แล้ว ทำไมไม่ดูแลแฟนตัวเองให้ดี
อย่างสถานการณ์ที่ตัวเองกับแฟนไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย มีความสุขรักกันดี
แต่อีกคนกลับแอบไปชอบกับคนอื่นอย่างนี้มันไม่ดีเลยอะ
เออถ้าคุยกับคนอื่นในขณะที่ทั้งคู่มีปัญหากัน เราจะไม่ว่าเลยนะ
แต่นี่แบบ เขาก็ดีอะ ทำไมยังจะไปคิดมีคนอื่นอีก
ว่าแฟนตัวเองว่าไม่ดีงั้นงี้ แต่เราว่าคนที่ไม่ดีคือตัวเธอมากกว่าไม่ใช่เหรอ- -
เห็นคนแบบนี้แล้วรู้สึกนอยมาก
 
หรือเพราะว่าเราเป็นคนให้ความสำคัญกับความรักมากไปวะ?
 
เรานะชอบคนง่าย แปปๆก็หลงชอบเขาโดยไม่รู้ตัวแล้ว
และเป็นคนที่ถ้าชอบใครจะชอบเก็บเอาไว้ ถ้าไม่ใช่เพื่อนที่เราเชื่อใจ เราก็ไม่พูด
แล้วคนที่เราชอบจะไม่รู้เลยว่าเราแอบชอบอยู่ เพราะเราพยายามเก็บที่สุด
แต่บางทีเก็บไม่อยู่ก็มีเหมือนกัน แต่ก็เป็นครั้งคราวแหละ(มั้งงงง55)
แต่ถ้าหากว่าอยู่ดีๆเรารู้ว่าคนที่เราแอบชอบมีคนที่ชอบหรือมีแฟนอยู่แล้ว
เราจะตัดใจเลิกชอบเขาได้เร็วมาก เอาจริงๆก็แค่อาทิตย์เดียว ก็เลิกคิดแล้ว
 
เพราะเราไม่รู้ว่าจะคิดต่อไปเพื่ออะไร ยังไงมันก็ไม่มีทางอยู่แล้ว
ยิ่งเรารู้แล้วคิดต่อไปเรื่อยๆ คนที่เจ็บมีแค่เราคนเดียว
เขาไม่มาเจ็บกับเราด้วยหรอก บางทีก็ควรห่วงตัวเองบ้าง
และไม่มีทางที่เราจะยังดันทุรังไปแย่งเขามา
ไม่ชอบเลยพวกที่แย่งแฟนคนอื่น
มันบาปนะจริงๆ 
 
วันนึงถ้าเรามีความรัก มีคนรัก เราอยากให้เขาไม่เจ้าชู้ รักเราคนเดียว
และเราอยากให้เขาเป็นคนที่มั่นคงในความรัก
เช่น ถ้ามีมือที่สามเข้ามา เขาก็จะไม่ยอมไปกับคนคนนั้น
 
ถ้าเขาไปกับคนนั้น นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้รักเราจริง และเป็นคนที่ไม่มั่นคงเลย
แต่ถ้าสักวันเราเจอคนที่ไม่มั่นคงแบบนี้ เราคงเสียใจไม่นานหรอกจริงๆ
ถือซะว่าเป็นความโชคดีของเรามากกว่าีที่เอาเขาออกไปจากชีวิตเราได้
 
ถ้าสมมติว่าวันนึงแต่งงาน แต่เขาเป็นคนไม่มั่นคงอย่างนี้
ชีวิตข้างหน้ามันก็คงจะมีแต่ึความทุกข์ความลำบากไม่้น้อย
 
เราว่าผู้หญิงเกิดมาทุกคนส่วนมากก็อยากแต่งงาน มีครอบครัวที่ีดี มีลูกที่น่าัรัก
เราก็คงเป็นหนึ่งในนั้น ที่วาดฝันถึงงานแต่งงาน ชุดแต่งงานสวยๆ ลูกน่ารักๆ สามีที่ดี
แต่บางครั้งความรู้สึกที่เราไม่อยากแต่งงานก็มีเข้ามาเหมือนกัน
 
ทุกสิ่งทุกอย่าง เราคงปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต พรหมลิขิต โชคชะตา
 
บางทีเราวาดฝันคนรักในอุดมคติไว้ แต่พอเอาเข้าจริง มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด
แต่มันก็คงไม่มีความเสียใจหรือเสียดาย เพราะนั่นแสดงว่าเรารักเขาที่เขาเป็นเขาจริงๆ
ไม่ได้รักเขาแค่เปลือกนอก เช่น รูปร่างหน้าตา
 
ตอนนี้เราก็มีคนที่แอบชอบนะ แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอก เราคิดว่าอย่างนั้น
พยายามจะเลิกชอบหลายครั้งแล้วแต่ยังทำไม่ได้
คิดว่าถ้าเวลาผ่านไปมันอาจจะดีขึ้นก็ได้
 
เราหวังว่าสักวันเราจะคนที่ดี ที่พร้อมจะแบ่งปันความสุขกับเรา :)
 
อารินเกรียนเลิฟ
 
 
 
 

갑자기 새각했다

posted on 06 May 2011 04:09 by skpoleumtal
เมื่อกี้นั่งดูคลิปเก่าๆของแดเนียลกับโยซอบเพลินๆ เป็นตอนที่ยังไม่เป็นนักร้อง
แต่ไปประกวดนู่นนี่ ทำหลายๆอย่างในสิ่งที่ตัวเองชอบ ตามความฝันตัวเอง
พอดูแล้วก็มานั่งคิดว่าเขาก็อายุราวๆเรา แต่ทำไมความคิด
ความทะเยอทยานหรืออะไรหลายๆอย่างมันต่างกันมาก
พวกเขาในช่วงนั้นกับเราในช่วงนั้น คนละขั้วกันเลย
เรายังเป็นเด็กที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะ้ต้องเลือกเดินไปทางไหน
ความฝันที่คิดว่าีมี มันกลับเป็นฝันที่เลือนลาง
ฝันเรา เราเชื่อว่าเราทำได้ แต่พอทำได้แล้วมันไม่มีอะไรต่อเลย
เป็นความฝันเล็กน้อย เทียบกับพวกเขาไม่ได้เลยสักนิด
 
อยากเกิดมาเป็นคนที่รู้ว่าัตัวเองชอบอะไร หรือมีความฝันอะไร อยากเป็นอะไร
อยากรู้ให้ไวๆ จะได้ดิ้นรนทำตามฝันตัวเองให้เป็นจริงและสำเร็จ
 
พวกเขาโชคดีมากที่รู้ตัวเองเร็วขนาดนั้น
 
เราเป็นคนไม่ค่อยกล้าที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะกลัว
กลัวสิ่งแวดล้อมรอบข้าง กลัวคน กลัวมนุษย์ กลัวสังคม กลัวการนินทา
ทั้งๆที่บางทีทำสิ่งที่รักไปแล้ว กลับต้องมานั่งคิดมาก มานึกเสียใจรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
 
บางทีถ้าเราได้ไปใช้ช่วงเวลาที่ไหนสักที่ ที่ที่เราสามารถเป็นอิสระ เป็นตัวเอง
ไม่ต้องสนใจใคร ไม่ต้องแคร์คนรอบข้าง เพียงแต่ทำสิ่งที่ชอบแค่นั้นพอ ก็คงจะดี
อยากเลิกนิสัยอย่างนี้จัง ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นคนขี้กลัว ขี้ขลาด
อยากเป็นคนที่กล้าที่จะแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองอยากทำอยากเป็นจัง
 
หลายคนคงดูเหมือนว่าเราเป็นคนมีความมั่นใจมาก กล้าแสดงออกมาก
แต่มันไม่ใช่เลย ..เข้าใจผิดแล้วละ
 
 

เบื่อ!-.-

posted on 30 Apr 2011 02:03 by skpoleumtal
ความรู้สึกคุกรุ่น กำลังเดือด .... - -
เซงวะไม่ชอบเลยที่ต้องมามีความรู้สึกแบบนี้
ทำไมต้องเจอแต่คนขี้อวดวะ
ต่อไปนี้คำพูดอะไรที่พูดออกไปจะคิดก่อน ถ้ามันเหมือนเป็นการพูดอวด
แต่ถึงความรู้สึกมันไม่ใ่ช่อย่างนั้น ก็จะไม่พูดแล้ว
ไม่อยากให้ต้องมาสะท้อนมาเจอกับตัวอย่างนี้ - -
 
คือก็รู้ว่าเราไม่ได้นะ ไม่มีเหมือนกัน แต่ก็จะพูดอยู่นั่นแหละ ว่าตัวเองได้
มันน่าเบื่อ น่ารำคาญมากเลยล่ะ รู้จนซึ้งแล้วว่าได้น่ะ
 
แล้วไม่ชอบเลยที่มาพูดอย่างนี้ แล้วรู้ดีเกี่ยวกับตัวเรามากขนาดนั้นแล้วหรอ?
อยู่กับเราตลอด24ชม.เลยหรอถึงได้รู้ขนาดนั้น? อย่ามาเอะอะเออออไปเองได้มั้ย?
ถามก่อนก็ได้นะ อย่ามาตีความไปเอง

น่าเบื่อว่ะโลกนี้
สังคมนี้ มนุษย์ๆๆๆๆๆ
 
กำลังรักษาศีลนะ แต่วันนี้เจออะไรแต่ละอย่างที่มันน่ายั่วโมโหจริงๆ
วันนี้พูดคำหยาบออกไป ต้องอดทนให้มากกว่านี้ จะพยายามฝึกอีกๆ
 
บางทีเราน่ะชอบกวนคนอื่นนะ แต่เราอยากทำให้คนรอบข้างได้ยิ้มอ่ะ
เราชอบทำตัวให้เฮฮาตลกๆ ให้คนอื่นได้ยิ้มได้หัวเราะได้มีความสุข
แต่สุดท้ายเรากลับถูกมองว่าเป็นตัวตลก
ผลสุดท้าย เราไม่ได้ความเคารพกลับมา ไม่มีการนับถือเชื่อถือในตัวเราทั้งนั้น
ถ้าเราจะต้องเป็นตัวตลกแลกกับความสุขของคนอื่น บางทีเราคิดว่ามันเหนื่อยเกินไปสำหรับเรา
ไม่ได้เป็นคนดีขนาดยอมทำทุกอย่างเผื่อให้คนอื่นมีความสุขหรอก
 
อยากรู้ว่า้ถ้าเราเงียบ เราไม่ฮา เรากลายเป็นคนเครียดจริงจัง
อยากรู้จริงๆว่าสภาพแวดล้อมมันจะเปลี่ยนเป็นยังไง?
ถ้าเรากลายเป็นอย่างนั้นขึ้นมา จะมีคนมาขอร้องให้เราเปลี่ยนเป็นคนเดิมหรือป่าว? อยากรู้นะ
ถ้ามันถึงขั้นทนไม่ได้แล้วก็จะทำ ช่างมัน ความสุขคนอื่น จะสนอะไร ถ้ามันทำให้ตัวเรามีความทุกข์เอง
 
เบื่อว่ะ
 

다리오빠에게..

posted on 26 Apr 2011 03:35 by skpoleumtal
23เม.ย.54
ดัลเมเชี่ยนมีแสดง แต่วันนั้นพี่ทารีไม่ได้ขึ้น แอบสงสัยเล็กๆว่าทำไมถึงไม่ขึ้น เป็นอะไรหรือเปล่า?
24เม.ย.54
ตอนเย็็น เล่นทวิต เห็นแฟนคลับเกาหลีทวิตกันแ่ต่เรื่องเศร้าๆ และมีอันนึงที่สะดุดตา
มันแปลว่า "ทารี อย่าไป" ตอนนั้นรู้สึกรวนมาก เลยรีบทวิตถามจียอนว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ทารี
แต่ยังไม่ได้ฟังคำตอบก็เข้าไปดูในคาเฟ่ก่อน มีแต่คนเขียนข้อความถึงพี่ทาีรี ทำให้ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่
สักพักจียอนตอบกลับบอกว่า พี่ทารีจะเข้ากรมพรุ่งนี้.......
ความรู้สึกแบบตอนนั้นบอกไม่ถูกเลยจริงๆอ่ะ อยู่ดีๆก็มาบอกกันปุ๊บปั๊บอย่างนี้ จะให้ทำใจได้ยังไง?
เราน้ำตาคลอแต่ยังไม่ร้องไห้ออกมา พอบอกข่าวให้เพื่อนๆรู้ สักพักก็ปิดคอมไปเล่นในไอผอด
ตอนนั้นละที่เศร้าที่สุด เปิดเพลงของดัลเมเชี่ยนฟัง แล้วน้ำตาก็ไหลเอามากๆ
 
เราเพิ่งได้เริ่มรู้จัก เพิ่งได้เริ่มรักวงนี้มากๆ จากที่เราไม่เคยชอบวงไหนมาถึงขนาดนี้มาก่อน
อยู่ดีๆมันก็จบ? ที่ทำได้คือรอ รอ2ปี..แต่ระหว่างนั้นดัลเมเชี่ยนก็จะทำกิจกรรม5คนไปก่อน
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่มีเสียงพี่ทารี ไม่มีเสียงอ๋าย ไ่ม่มีแร็พเปอร์เจ๋งๆคนนี้ มัน.........
 
เพราะคืนนั้นเรามั่นใจว่าพี่ทารีต้องทำอะไรให้สักอย่างให้แฟนคลับ เราเลยรอ
สุดท้ายการรอของเราก็ไม่ผิดหวังเลย พี่ทารีอัพข้อความลงในคาเฟ่
ดีใจมากที่ได้บอกลาแฟนคลับอย่างนี้^^ เราเขียนข้อความลงในคาเฟ่
บอกพี่ว่าต่อไปเราจะไม่ร้องไห้ เราจะเข้มแข็งเพื่อพี่ แล้วพี่ต้องเข้มแข็งเพื่อเราด้วย
จนผ่านไป1วัน เราไม่ร้องไห้อีกเลย..เราเชื่อในตัวพี่มาก ตอนเช้าก่อนพี่เข้ากรม
พี่ก็ทวิตขอบคุณแฟนคลับ ไม่รู้มันเป็นเซ้นอะไร เพราะเราก็ฝันว่าตื่นมาพี่ทารีจะทวิตสองอัน
แ้ล้วสองอันจริงๆ ....
 
25เม.ย.54
ตอนที่รู้ว่าพี่เข้ากรมไปแล้ว รู้เลยว่าตั้งแต่นี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากรอ รอจริงๆ
สองปีถ้ารอเขาเพราะศรัทธาจริงๆ มันไม่นานไปหรอก สองปียังไงซะก็ดีกว่าไม่กลับมาเลย
บางทีพอสองปี ตอนนั้นเราอยู่ปี3แล้ว ถ้าเราสอบทุนได้ก็จะได้ไปอยู่ที่นั่น ได้ไปเจอกันอีกครั้งก็ได้
ถือซะว่าเป็นแรงผลักดัน เป็นแรงบันดาลใจอีกอย่างก็แล้วกัน
 
ไม่รู้ดิ ..เรากำลังคิดว่าวงนี้กำลังจะดัง แต่อยู่ดีๆพี่ทารีก็ไปอย่างนี้
เรากลัวนะ กลัวว่าตอนพี่ทารีกลับมาแล้วบางอย่างจะเปลี่ยนไป..ขออย่าให้มันเปลี่ยนเลย
เมื่อวานปวดหัวมาก มีแต่เรื่องเศร้า แต่วันนี้  ณ ตอนนี้ก็ปวดหัวเหมือนกัน
แต่ไม่เศร้าแล้ว บอกให้พี่ทารียิ้ม เราก็ต้องยิ้มด้วยดิ
 
ถ้าใครผ่านมาอ่านคงรู้สึกว่าเราน้ำเน่ามากๆ
แต่ชีวิตจริงของคนเรามันก็ต้องมีเรื่องน้ำเน่าๆอย่างนี้อยู่แ้ล้วละจริงปะ?
บางคนคงคิดว่าเราบ้าเกาหลีขั้นเทพ เกรียนแน่ๆ 55
เห้ยแ่ต่เราไม่นะ รู้ว่าชอบเกาหลีแต่ไม่ได้เกรียนบ้าขนาดนั้น
เวลาฟังเพลงเกาหลีรู้สึกชอบ ฟังแล้วรู้ว่าอันไหนเพราะหรือไม่เพราะ
แต่กลับกัน เวลาที่ฟังเพลงสากล เราไม่รู้่ว่าเพลงไหนเพราะหรือไม่เพราะ เราแยกไม่ออกจริงๆ
เพลงสากลที่เราจะมีโอกาสได้ฟัง หรือชอบ จะต้องเป็นเพลงที่นักร้องเกาหลีเอามาโคฟเวอร์แล้ว
เราถึงจะรู้จัก- -
 
เพลงไทยก็ฟังรู้ว่าอันไหนเพราะไม่เพราะ เพลงไทยก็ชอบนะ
แต่มันคงเป็นแนวที่ชอบแบบเกาหลีมากกว่ามั้ง
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
 
ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นเยอะที่ได้ระบายในนี้อีกแ้ล้วววว~:)
ในเมื่อไม่มีใครให้พูดด้วยก็พูดกับตัวเองนี่ละ
สบายใจจัง^^

boring life

posted on 14 Apr 2011 20:49 by skpoleumtal
ช่วงนี้รู้สึกว่าใช้ชีวิตไม่เต็มที่เลย
เป็นคนที่ชอบประสบการณ์มากนะ แต่อะไรก็ไม่เอื้อเลยอะ
อยากใ้ช้ชีวิตที่อิสระ แต่ก็ถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบ
บางทีเพราะอยู่อย่างนี้มาตลอดเลยไม่กล้าที่ออกนอกกรอบสักที
ไม่ชอบตัวเองตรงที่เป็นคนกลัวที่จะทำอะไรๆ
อยากทำ แต่สุดท้ายไม่ได้ทำ แล้วก็ไม่ได้อะไรเลย
เบื่อมาก อยากมีชีวิตที่ดีๆนะ แต่มันดันเป็นเพราะตัวเราเองเีนี่ยแหละ
สักวันมันต้องมีวันที่เรากล้าออกจากกรอบนั้น เชื่อว่าอย่างนั้น
อยากให้มาถึงเร็วๆ จะกลัวอะไรนักหนา อาริน
 
-------
 
วันก่อนเพิ่งสมัครคาเฟ่ของเกาหลีได้
รู้สึกดีใจแล้วก็ภูมิใจตัวเองมากที่ในที่สุดก็ทำได้สักที
ตอนแรกท้อเพราะมันเป็นภาษาเกาหลีหมด
ต้องนั่งเปิดดิกแปลๆ ต้องแปลให้รู้ว่าเขาต้องให้เราทำอะไรๆบ้าง
ทำผิดพลาดด้วย แต่ก็ส่งไปแก้ไขใหม่ ในที่สุดก็ทำได้
เมื่อคืนเลยนั่งเขียนข้อความถึงตีสามกว่าให้ดัลเมเชี่ยน
ตอนนี้ก็คงได้อ่านกันไปแล้วมั้ง คาเฟ่เป็นหนทางเดียวที่เรามั่นใจได้ว่าเขาต้องอ่าน
เพราะเขาเป็นคนพูดเองว่าเขาอ่านทุกข้อความในนี้
ดีใจที่ได้เขียนสิ่งที่รู้สึกสิ่งที่คิดให้เขาได้รู้
พอตอนเช้าตื่นมาเข้าไปดู คนเข้าไปดูข้อความเราเยอะมาก - -
คงเป็นเพราะชื่อที่ใช้ ใช้เป็นภาษาเกาหลีแต่มีคำว่าประเทศไทยอยู่ด้วย
รู้สึกอายยังไงไม่รู้ เพราะเราเขียนภาษาเกาหลีปนอังกฤษ แ้ล้วภาษางูๆปลาๆมาก
ป่านนี้เรื่องของเราคงเป็นที่นินทาในหมู่ดัลเมทเกาหลีอยู่แน่ๆ - - แต่ก็ไม่เป็นไร
เราตั้งใจเขียนจริงๆนี่ ยังไงมันก็คงไม่ได้มีผลไม่ดีขนาดนั้นหรอกมั้ง
----------
 
วันนี้มาดูแล้วเพิ่งเห็นว่าเดือนหน้าจะเปิดเทอมแล้ว ตกใจมาก
เพราะอยู่แต่บ้าน ไม่รู้วันเวลาเลย วันๆทำแต่เรื่องไร้สาระ
นี่อยากจะลดน้ำหนัก แต่เหลืออีกเดือนเดียวเอง แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด
อยากรักษาหน้า แต่ค่ารักษาแพงมาก กะว่าเปิดเทอมอยากหาอะไรทำให้พอมีรายได้
เก็บเงินๆไปเรื่อยๆ ไปรักษาก่อนปิดเทอมปีสอง จะได้ไปเที่ยวแบบไม่ต้องไร้กังวล
จะได้เดินไปไหนได้แบบไม่ต้องอายใครเหมือนแต่ก่อน
แต่มีเรื่องให้เก็บเงินเยอะมากเลย ทั้งค่ารักษาหน้า เวิร์คเมกาก็อยากไป เกาหลีก็อยากกลับไปอีก
ตอนนี้ลังเลเมกากับเกาหลีมาก เมกาไม่เคยไป อยากไปให้ได้ประสบการณ์
เกาหลีเคยไปแล้วรู้สึกดีมาก มีความทรงจำที่ดีกลับมามาก เลยอยากให้ตัวเองได้มีความสุขอีก
แต่คิดว่าพอใกล้ถึงเวลา ณ ตอนนั้นก็น่าจะตัดสินใจได้เองแหละมั้ง
--------------
 
เรื่องเรียน ช่วงนี้รู้สึกตัวเองโง่มากๆ คือรู้สึกว่าตัวเองฉลาดแค่ในห้องเรียน
แต่พอเอาเข้าจริง ให้ไปใช้จริงๆกลับทำไม่ไ้ด้
เหมือนว่าได้แค่ในตำรา แต่เพื่อนคนอื่นที่มีเพื่อนเกาหลีก็ได้ฝึกภาษาพูดกันเยอะมาก
เราว่าอย่างนี้เก่งกว่านะ คือฝึกสิ่งที่ใช้ได้จริงอ่ะ
ตอนนี้เลยพยายามหาเพื่อนเกาหลีมาึฝึกภาษาบ้าง ต้องตั้งใจให้ดีกว่านี้แล้วละ ฮู่วๆ
แต่ไม่รู้ว่าเพราะตั้งใจหาเกินไปไหมเลยได้เพื่อนที่พูดเกาหลีได้แต่กลับเป็นคนจีน55
เรารู้สึกว่าคนเกาหลีบางคนไม่ค่อยอยากสุงสิงกับคนไทยเท่าไหร่
ตอนแรกขอทวิตไปก็แลว่าดีอยู่หรอก เหมือนจะได้คุยกัน แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่คุย เงียบ
แล้วก็บ่นกับเพื่อนว่าน่ารำคาญ แล้วก็หนีไปทำทวิตกันใหม่
จริงๆแล้วเราเองก็ไม่ได้ว่าจะเมนชั่นหาเขาเยอะแยะเลยนะ แค่สองครั้งเองด้วยซ้ำ
หรือบางทีเราคิดไปเองว่าเขาหมายถึงเรา? แต่ถ้าเขาไม่ได้หมายถึงเรา เขาก็น่าจะฟอลโล่วเราดิถ้าเขาทำใหม่
เบื่อจัง เดี๋ยวรอเด็กแลกเปลี่ยนมาใหม่ จะกวาดให้เรียบเลย ต้องฝึกพูดให้ได้ สู้ๆอาริน! ^^
 
-----------
 
โหบ่นเยอะจัง แต่ก็รู้สึกดีที่ได้พิมพ์ออกมา รู้สึกโล่งมาก
เหมือนบรรยายความรู้สึกของตัวเองออกมา
ไม่จำเป็นต้องให้ใครอ่าน แค่เรารู้สึกดีขึ้นก็พอแล้วละมั้ง ^^

Mean girl

posted on 06 Apr 2011 00:38 by skpoleumtal
บางทีเวลาที่เกิดอารมณ์อึดอัดก็อยากระบายบ้าง แต่ไม่รู้จะระบายที่ไหนดี
ที่ๆไม่มีคนเห็น ไม่มีคนมายุ่งด้วยเยอะแยะมากมาย ไม่ต้องมีใครมาัรับรู้เรื่องของเรา
แล้วก็นึกถึงบล็อกเก่าๆ ที่ชอบมาระบายความรู้ึสึก ดีจังที่ยังมีบล็อกเป็นเพื่อนในเวลาอย่างนี้ ^^
....................................................
 
ตอนนี้ชอบวงนึงมากๆ ชอบมากๆๆอ่ะ
ชอบแบบไม่ได้ชอบแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่เอสเจ
เป็นวงผู้ชาย วงที่สองเลยก็ว่าได้ที่ชอบจริงจังขนาดนี้
ไม่ได้สนใจวงผู้ชายมานาน แต่วงนี้ใช่มาก
ไม่ใช่แค่เพราะหน้าตา แต่มันทึ่งมากที่ความสามารถ
ทุกคนเก่งมากๆ แต่ว่ายังไม่ค่อยดังที่เกาหลีเท่าไหร่
 
ช่วงนึงก่อนไปแบ็กแพ็คที่เกาหลี ชอบวงนี้มากอยู่แล้ว
ชอบเพลง ชอบสไตล์ ชอบทุกอย่าง
ตอนที่ไปแบ็กแพ็คไม่ได้กะว่าจะต้องไปเพื่อให้ได้เจอ
แต่มีโอกาสก็เลยคว้าไว้
 
ถามว่ากว่าจะได้โอกาสนั้นมายากไหม? ยากนะ
เพราะถ้าคุณไม่พูด ไม่เิริ่มที่จะสังเกตุ ไม่พยายาม ไม่กล้า ก็ไม่ได้อะไรหรอก
แต่เพราะเราชอบวงนี้มาก เราเลยถามสังเกตุทุกอย่าง ถามคนเกาหลีนู่นนี่
จนในที่สุดวันที่เราได้เจอก็เป็นความจริง
ก่อนหน้านี้ที่จะเจอ เคยฝันก่อนว่าจะได้เจอวงนี้ แบบใกล้ๆ
จะได้ดูการแสดงไลฟ์เพลงที่ชอบใกล้ๆ
วันนั้นวันแรกที่ได้เจอเป็นDance battle แฟนคลับวงนี้มีอยู่กันประมาณสามแถวได้
จำได้ว่าตอนที่ได้เห็นตื่นเต้นมากๆๆ สั่นเลย กรี้ด พยายามพูดบอกเค้าว่าเราแฟนไทยนะมาเีชียร์
แต่มันไกลเค้าคงไม่ได้ยิน แต่เราชอบวงนี้มากที่เค้าใส่ใจแฟนคลับ พยายามมองแฟนทุกคน
ไม่หยิ่งเลย มีมารยาทในการแบทเทิล ตอนที่วงอื่นเต้นก็ไม่อยู่เฉยๆ ทำท่านู่นนี่
แถมยังให้แฟนคลับตัวเองโบกกระบองลมตอนที่วงอื่นเต้นด้วย น่ารักเนอะ
สรุปวันนั้นพอออกมา ดีใจมาก รู้สึกมีความสุข แต่ตัวสั่นตลอดเลย55
 
แต่ก็เหมือนได้คืบจะเอาศอก อีกวันก็เลยไปอีก
วันนี้แหละที่เหมือนฝันเลย จริงๆคงยิ่งกว่าฝันด้วยซ้ำมั้ง
ได้ดูวงที่ชอบแสดงไลฟ์สดๆในเพลงที่เราชอบมากๆ
ได้เห็นวงที่ชอบใกล้ๆ ทุกคน ใกล้มาก ใกล้จนเหมือนไม่ใช่ความจริง
ใกล้แบบเราสามารถที่จะทำอะไรกับเค้าก็ได้ แต่เราไม่ทำ
ใกล้แบบพูดคุยกันได้ เรียกได้ แต่เราไม่ค่อยเรียก
ถ้าถามว่าเสียดายมั้ย? ตอบเลยว่าไม่ แค่นี้ก็คุ้มมากพอแล้ว มีความสุขมากพอแล้ว
เราไม่่พยายามเรียกเพราะเรารู้ว่าเขาต้องใช้สมาธิมาก
เราแค่พอเขาหันมา เราก็ชูสมุดที่เขียนว่า "แฟนไทย" ให้เขาเห็น
เราอยากให้คนที่เราชอบได้รู้สึกดี
ถ้าเราเป็นดารานักร้อง แล้วมีแฟนต่างชาติมาเชียร์ เราคงจะดีใจมากๆแล้วก็มีความสุขมากๆ
^^
 
พอได้ชอบวงนี้แล้วทำให้มีแรงใจทำอะไรหลายๆอย่างมากๆ
แต่ตอนนี้อึดอัดจัง เห้อ เราต้องพยายามหยุดความรู้สึกอะไรหลายๆอย่างลงให้เร็วที่สุด
เพราะที่รู้สึกตอนนี้มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีเลย บั่นทอนความรู้สึกและจิตใจมากๆ
เหมือนยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแล้วก็ยิ่งบาป ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ดีแน่ๆ
 
แต่อยากรู้ว่าที่ชอบที่รักนะ จะรักได้นานเท่าไหร่?แล้วรักจริงหรือเปล่า?
อย่าเข้ามาเพียงเพื่อเป็นช่วงเวลาสั้นที่ได้แค่ชอบผ่านๆไปแล้วลืมกันทีหลัง
แต่มาวงนี้ บอกได้เลยว่า Never Betray
วงนี้ทำให้เริ่มลังเลแล้วว่าปีหน้าจะไปเมกาหรือเกาหลีดี
วงนี้ทำให้เกาหลีกลายเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ อยากกลับไป อยากให้ตัวเองมีความสุข
เฮ้อ
 
พอได้เจอสมาชิกหลายคนแล้วรู้ึสึึกว่าเขาเก่งจัง อายุบางคนมากกว่าเราแค่ปีเดียว
แต่ชีวิตเขาเป็นหลักเป็นฐาน เค้าทำำอะไรได้หลายอย่าง เก่งกว่าเรามาก
เรานี่ดูเด็กมากๆ พวกประสบการณ์ชีวิตหรืออะไรหลายๆอย่าง
เราอยากใช้ชีวิตแบบพวกเขา แบบพวกคนต่างชาติหลายๆคน
ที่อยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่มีข้อจำกัดหรือข้อผูกมัดอะไรให้เราไม่สามารถทำที่อยากทำ
มีสไตล์ของตัวเอง มีชีวิตของตัวเอง
เราต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ ทีนี้เปลี่ยนจริง ถ้าเราเปลี่ยนไม่ได้ครั้งนี้ เราก็คงไม่นับถือตัวเองอีกต่อไป
 
เฮ้อรู้สึกดีจัง
 

my university life

posted on 23 Jul 2010 03:06 by skpoleumtal

เข้ามาอยู่ที่นี่ก็ประมาณเดือนกว่าๆแล้ว อาทิตย์หน้าสอบมิดเทอมแล้ว เร็วจัง กับชีวิตที่น่าเบื่อ

เรื่องรุ่นพี่ตอนแรกก็มีปัญหาอยุ่หรอก แต่ณตอนนี้ กลายเป็นว่า รุ่นพี่ คือ เรื่องที่เรานึกถึงแล้วยิ้มได้ตลอด

แต่กลับกัน ขณะที่เพื่อนทำให้เรายิ้มไม่ออก ซะงั้น!? เราไม่รู้ว่าทำไมคนเราถึงเปลี่ยนได้เยอะขนาดนี้นะ

ไม่รู้ว่ามันเยอะในสายตาใครแค่ไหน แต่เราอยู่มาด้วยกัน ต้องเจอกัน ต้องรับรู้เรื่องราวซึ่งกันและกัน

และเรารู้สึกว่าเพื่อนเปลี่ยนไป ทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่  มันก็เหมือนเราโดนเพื่อนเก่าทิ้งละมั้ง

ทิ้งโดยที่เขารู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ไม่รู้ล่ะ แต่เรารู้ตัวเองดี เราร้องไห้นะ แต่เขาไม่เคยใส่ใจที่จะรู้หรอก

แต่เราก็โอเคพยายามจะเข้าใจว่า คนเราเข้ามาเจอสังคมใหม่ เจอเพื่อนที่คล้ายกัน ก็ต้องอยู่ด้วยกัน

แต่คำว่าใส่ใจ เราไม่เคยได้เลย จากแต่ก่อนที่คุยสนุกล้อกันได้ทุกอย่าง กลายเป็นว่าณตอนนี้เราพูดกันถามคำตอบคำ

แค่ไม่กี่อาทิตย์ที่เปิดมา เราก็คุยกับเพื่อนเก่าเราไม่รู้เรื่องแล้ว เหมือนอยู่กันคนละโลก เหอๆ มันทำให้เรามองกลับไปว่า

เพื่อนที่เราเคยมองว่าไม่ดียังดีเสียกว่าอีก,,,เพื่อนใหม่ก็เออแปลกๆกันทั้งนั้นละ บางคนก็เป็นบ้าเป็นบออะไรกันก็ไม่รู้ว่ะ 5555

บางกลุ่มหรือคงกลุ่มเดียวละมั้งที่เรารับไม่ได้ แต่ตอนนี้เรากำลังทำความเข้าใจพวกเค้าอยู่ เหอๆ

เราว่าคนอื่นนี่ก็ไม่ใช่ว่าตัวเราเองดีเลิศเลอไปซะทุกอย่างหรอกนะ เราเองเป็นเพื่อนที่ไม่ดีสำหรับทุกคนเลยละ

เราไม่จริงใจ เราชอบนินทา เราชอบว่า เราขี้อิจฉา เราไม่ดีจริงๆนะ แต่เราชอบทำให้คนอื่นยิ้ม

เราถูกมองว่าเป็นตัวตลก ที่ทุกคนสามารถเล่นได้ แกล้งได้ ด่าว่าเราได้ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเราไม่ชอบ

เวลาที่คนอื่นด่าว่าเรา เราไม่ชอบคนประชดมากกกกกก เราชอบกวนตีนคนอะ เราชอบให้คนอื่นหัวเราะ

แต่บางทีเราเองก็หัวเราะไม่ออกเหมือนกัน   พอมาถึงเวลานี้ เราคิดถึงเพื่อนมปลายและมต้นมากที่สุดวะ

 

รุ่นพี่ ตอนนี้เรามีตวามสุขดีมากกับคำว่ารุ่นพี่

พี่ในสายเรา และพี่ที่ดูแลพวกเรา รวมถึงพี่ๆทุกคนใจดีมาก

พี่เทคน่ารัก พี่โถน่ารักมากกกกกกกกกก พี่โถเราเป็นตุ้ด แต่เราอยากเป็นแฟนเค้าอ่า กรี๊ดกร๊าดค่า

นึกถึงพี่โถแล้วก็มีตวามสุข สำหรับพี่เถาก็ไม่รู้สิ แต่พี่หล่อและเก่งมาก ,,,

 

ไม่รู้ว่าเราคิดเองไปไหม? แต่เรารู้สึกได้ว่ารุ่นพี่ไม่ค่อยยุ่งกับเรา เพราะคิดว่าเราหยิ่ง

แต่เราไม่ได้หยิ่งเลยนะ เราเองถึงจะฮาแต่เด็กๆเราไม่เป็นแบบนี้

เด็กๆเราเป็นคนเรียบร้อยมากๆๆๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยวันๆนึง จนวันนึงเราคิดอยากจะทำให้คนอื่นมีความสุขละ

เราเลยเปลี่ยนไป แต่นิสัยเรียบร้อยตั้งแต่เด็กมันยังไม่จากเราไปไหน มันยังอยุ่กับเราตลอดเวลา

เราเป็นคนนับถือเรื่องคนอายุมากกว่า เราจะเคารพรุ่นพี่มาก ฉะนั้นจะยากมากที่จะเห็นเราเล่นกับรุ่นพี่

เพราะงั้นเรากับรุ่นพี่คนอื่นที่ไม่ใช่ในสายเลยไม่สนิทกัน รุ่นพี่มักคิดว่าเราหยิ่ง แต่จริงๆเราไม่ใช่

แค่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศขนาดเข้ากับใครได้ง่ายๆภายในเพียงเวลาเท่านี้

ยิ่งรุ่นพี่นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย อีกนาน เห้อ

 

อยู่นี่มีแต่เรื่องอึดอัดใจ แต่ขณะเดียวกันก็มีบางเรื่อง เรื่องเล็กๆที่ทำให้เรามีความสุขได้

แต่ตอนนี้รสชาติประสบการณ์มันยังจืดชืดสนิท ไม่มีอะไรเลยในรสนี้จริงๆ

ดีจังที่ได้ระบายในนี้ :)

edit @ 23 Jul 2010 03:30:48 by SK♥Poleumtal

feeling

posted on 17 Jun 2010 22:38 by skpoleumtal

อยากบอกรุ่นพี่ปี2ว่า หนูรักพี่ๆมาก

อาจจะใช่ที่บางทีหนูคิดมากเพราะคำพูดของพี่ๆ ซึ่งหนูเป็นคิดมากๆๆๆ อยู่แล้ว = =

แต่หนูก็ไม่ใช่ว่าปักใจไม่ชอบใคร หนูอ่าแค่เครียดแปปเดียวละ สักอาทิตย์ก็ปกติแล้ว

เพราะหนูเข้าใจว่าพี่ๆทำทุกอย่างไปหวังดีกับเรา ไม่ได้หวังร้ายกับเราเลยสักนิด

ตอนที่พี่ปี3เรียกไปคุยกัน หนูร้องไห้นะ แต่ว่าไม่ได้ร้องไห้เพราะพี่ปีสองทำอะไรไม่ดี

แต่ที่หนูร้องเพราะอยู่ดีๆหนูก็คิดถึงตอนที่พี่เอาข้าวเอาน้ำมาให้เรากิน ดูแลพวกเราเหมือนน้องแท้ๆ

คอยสอนพวกเราทุกอย่าง หนูก็เข้าใจว่าพี่เคยเจออะไรมาแล้วไม่อยากให้เราเจอเหมือนพี่

แต่เพื่อนบางคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่เรื่องอย่างนี้มันต้องใช้เวลา เราเพิ่งรู้จักกันยังไม่ถึงเดือนเลย

คนเรามันต้องใช้เวลาในการปรับตัวอยู่แล้วละเนอะ

หนูไม่อยากให้พี่ๆคิดเลยว่าสิ่งที่พี่ทำดีทุกอย่าง หรือที่พี่คอยห่วงใยเรามันเป็นสิ่งที่ศูนย์เปล่า

มันไม่จริงเลยสำหรับหนู หนูขอบคุณพี่มากที่ทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา

ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะสนิทกันไม่มาก แต่หนูก็หวังว่าต่อไปเราคงจะสนิทกันเหมือนพี่แท้ๆได้ ^^

หนูรู้สึกว่าตอนนี้มันยังมีกำแพงระหว่างเราอยู๋ บางทีหนูก็ไม่กล้าสบตาพี่ๆ แต่ไม่ได้หมายถึงหนูไม่ชอบรุ่นพี่นะ

แต่นั่นเป็นเพราะเรายังไม่รู้จักกันมากพอ แล้วด้วยนิสัยหนูที่สนิทกับคนได้ยากด้วย เลยทำให้ต้องใช้เวลาเยอะเข้าไปอีก

ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ๆทำ หนูขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ประทับใจมาก หนูอาจจะไม่ได้พูดต่อหน้าพี่ๆ

เพราะถ้าหนูพูดทุกอย่างที่หนูรู้สึกออกไป หนูจะร้องไห้ และก็พูดไม่รู้เรื่อง .. :)

ความคิดของหนูส่วนใหญ่หนูไม่ได้ถ่ายทอดมันออกมาทางคำพูดหรอก

แต่หนูชอบที่จะถ่ายทอดมันออกมาทางตัวหนังสือมากกว่า

ถ้าพี่เผอิญเข้ามาที่นี่ ก็ดีนะ แต่คงเป็นไปได้ยากเพราะพี่ไม่มีไดหนู อิอิ

 

---

ช่วงนี้มหาลัยน่าอึดอัดจัง โดยเฉพาะเรื่องเพื่อน

บอกในนี้ไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นไปได้อยากได้คนสักคนที่จะรับฟังและช่วยให้คำปรึกษา

ส่วนใหญ่ที่มีคือ รับฟัง เท่านั้น

แต่เชื่อว่ายังไงสักวันคนที่ทำให้เราอึดอัดก็ต้องรู้อยู่ดี เพราะความลับไม่มีในโลก จริงป่ะ?

ปากต่อปาก ถ้าเราไม่เริ่มพูดมันก้จะไม่มีอะไร แต่เราเป็นคนไม่เก็บอะไรอยุ่แล้ว มีอะไรต้องพูด นั่นคือนิสัย

ช่วงนี้อึดอัดเรื่องเพื่อน แต่เรื่องเรียนไม่เคยท้อถอย ถึงแม้จะยากแค่ไหนก็จะพยายาม

ได้ระบายออกมาทางตัวหนังสือมันก็ดีอย่างนี้นี่เอง ^^

 

edit @ 17 Jun 2010 22:50:59 by SK♥Poleumtal

Can i be serious with this?

posted on 24 Jan 2010 22:42 by skpoleumtal

วันนี้ไปเรียนเกาหลีมาวันสุดท้าย

มีสอบ Writing ด้วย ก็ทำได้เหมือนกันนะเนี่ย แต่ว่าโคตรเจ็บใจตัวเองที่ลืมคำว่า ติดลบ

ตอนเขียนสภาพอากาศ แล้วแม่งดันอุณหภูมิติดลบเกือบทุกข้ออะ อย่างเซ็ง แต่อย่างว่า

คลาสที่เรียน แต่ละคนฮาๆ แบบเป็นครอบครัวเดียวกัน ถามอาจารย์กันเลย เปิดดิก อาจารย์ไม่อยู่

ลอกกระจายยยย 5555 (ขนาดเค้าเองก็ด้วย แค่ถามนะ แต่พี่เค้าตอบไม่ได้ ถือว่าไม่ได้ถามละกัน 55)

ชอบคลาสนี้มากๆอะ โชคดีมากที่ได้เรียน พอวันนี้สอบพาร์ทสุดท้ายเสร็จ รู้เลยว่าตัวเองอ่อนเรื่องอะไร

รู้มานานแล้วล่ะ แต่วันนี้ยิ่งย้ำให้รู้ว่ากูอ่อนจริงๆ คืออ่อนเรื่องฟังงงงง ~ แบบเกาหลีพูดเร็ว แล้วเสียงต่ำๆ

พยายามขุดละ ได้มาไม่เท่าไหร่ เค้าให้วาดรูป ก็วาดไปมั่วๆ T T แต่แค่พาร์ทนั้นพาร์ทเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง > <

วันนี้เรียนเสร็จไปเดินแหลมทองกับเจ้มิ้ม อิเจ้ตูด ได้เดรสมาตัวนึง เจ้ตูดมันจะใส่ไปงานบายเนสอะไรของมันไม่รู้

ก็ไม่รู้จักเหมือนกันอะ 55 มันบอกเป้นแบบน้องส่งพี่มั้ง ไม่เข้าใจ ไปเดินดูเรื่อยๆ สรุปกูได้เอง

บอกเจ้อยากใส่บอกให้ยืมได้ ไม่ต้องซื้อ กุอยากได้ 5555+ สรุปจ่ายเอง แต่คนใส่คือเจ้มิ้ม

ซื้อมาเก็บอีกตัวแล้วววววววววว 55555555+ แต่ตัวนี้มันสวยจริงๆน้า ไม่ได้มีคำว่าสเตลล่าแปะไว้หรอก อันนี้จริง 55

แบบเห็นตัวนี้แล้วอยากได้ อยากผอมเลยอะ เป็ดมากกู อยากจะเป็นเหมือนก่อน แต่แม่งทำไม่ได้อ้ะ > <

 

พอไปแหลมทองเสร้จก้ไปกินยาโยอิที่เซ็นทรัล อย่างอิ่ม แถมแจ็กพ็อตเจออิเด็กคนนึง

อิเด็กโคฟเว่อร์ ชื่อ ..... (55 )  แม่งกวนตีน อวดหว่ะ สาดเอ้ย มีการบอกแฟนดูหนังเสร้จแล้วไปกินสตาร์บั้คต่อนะ

อิแฟนมันก็บอก สตาร์บั้คอีกแล้วหรอ ไม่เอียนบ้างหรอเนี่ย? คือถ้าเป็นกุ กุจะตอบมันว่า เมิงมีตังค์หรอจะไปกินสตาร์บั้คเนี่ยอิห่าน

กุแบบ อยากจะกรี๊ด แต่ก้นะ เบื่อว่ะสาด ตะแหล โกหก ! โคตรเซ็งเลยวันนี้เพราะอิเด้กนี่

 

ตอนนี้ปวดหัวรุนแรง น้องแม่งเป็นโรคบ้าไรวะ ร้องไห้เพราะเกม ไร้สาระ  แม่นี่ก้บ่นตลอดอะ

พ่อนี่ก้สนับสนุนน้องตลอดง่ะ กุก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน   ไม่ชอบน้องตัวเองเลยว่ะ ชอบมันตอนหลับ เพราะไม่พูด

อยู่เฉยๆน่ารักดี ชอบกอด ชอบหอม น้องจะขึ้นม.1ละ 55+ แต่ไม่ชอบน้องที่เป้นเด้กกวนตีน บ้าเกม พูดจาไม่ดี

ไม่ตั้งใจเรียน ไม่มีน้ำใจ หยาบคาย พูดกับพ่อแม่ก้ไม่ดี ชอบโกหก แล้วที่กุรับไม่ได้มากๆคือ ลามก

ยังไม่เคยเล่าให้พ่อแม่ฟังเรื่องนั้น แล้วจะไม่เล่าให้ใครฟังด้วย มันถือเป็นความอัปยศมากๆ

คือมันทำท่าอะนะ T T เท่านั้นแน่ะ กุไม่ชอบมาก ตีแม่งเลย แล้วก้ยิ่งทำ กุก้ตีอีก น้องกุเป็นยังไงเป้นได้

แต่กุไม่ชอบให้น้องเป็นคนลามก กูรับไมได้ !!!!!

꼭 할게 ! 파이팅!

posted on 17 Jan 2010 21:47 by skpoleumtal
Winston Churchill : Never, never, never give up.
In Martian'S Child  :   'Never ever, ever ,ever, ever, ever give up'

เมื่อหลายวันก่อนนอนดูทีวีอยู่ที่บ้าน ได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนึง ชื่อ Martian Child

เป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อลูก มันดีมากๆอะ  แต่เจอประโยคนึงที่พ่อพูดกับลูก เป็นประโยคที่ชอบมากๆเลยล่ะ

'Never ever, ever ,ever, ever, ever give up'   ประมาณว่าไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้

ชอบที่พูดซ้ำๆๆๆ ยิ่งพูดซ้ำมันยิ่งแทงลึกลงไปในหัวใจเลยว่ะ

มันเหมือนกับที่ตอนนี้ตัวเองมีความฝัน แล้วทำมันมาตลอด ไล่ตามมันมาตลอด แม้ว่าจะหลายปีแล้ว

แต่ก็ยังไม่เคยคิดที่จะละทิ้งความฝันนั้นไป  ยิ่งได้ฟังประโยคนี้มันก็เลย จึ่ก !

เพิ่งรู้สึกตัวเหมือนกันว่าตัวเองมาไกลแล้ว ให้ถอยไปนั้นไม่มีทาง มีแต่ต้องพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อเรื่อยๆ

หนทางข้างหน้า รู้ได้เลยว่าต้องยากลำบากกว่านี้แน่ๆ ไม่ว่าอะไรก็แลดูน่ากลัวไปทั้งหมด แต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้

โดยไม่ใช่คิดแค่ว่า "ให้มันผ่านไปวันๆนึง" ถ้าคิดอย่างนี้ทุกวัน อีกกี่ล้านวันมันก็เป็นแบบเดิม อยู่กับที่ ไม่ได้อะไรกลับมา

การเป็นที่หนึ่งมันแลดูยากกว่าแต่ก่อนที่เคยคิดมาก  ที่หนึ่งของคณะ ! อันดับหนึ่งที่ใฝ่ฝันไว้ ต้องทำให้ได้นะ

สักปีเหอะก็ยังดี เพื่อจะได้ทำอีกส่วนหนึ่งให้สำเร็จ มันจะได้เป็นสะพานเชื่อมไปหาความสำเร็จนั้น !

คำๆ เดียว ที่ยังคงเป็นจริงเสมอมาสำหรับการเรียน คือ " ขยัน "  

 

ถึงเพื่อนๆที่มีความฝัน แล้วก็ยังไม่ได้มหาลัย : "Never ever, ever ,ever, ever, ever give up"

เค้าหวังว่าเพื่อนๆจะไม่ทำให้อาจารย์ทุกคนผิดหวัง โดยเฉพาะอาจารย์โม :)

เชื่อในทุกๆคนว่า "แกทำได้"

 . . . . . . . . .

Martian Child